วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2552

Thai in Suwannapoom

สุวรรณภูมิหมายถึงดินแดนที่เรียกว่าแผ่นดินทองซึ่งอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และได้เป็นที่กล่าวถึงจากชนต่างแดนที่มีความเจริญเป็นแหล่งอารยธรรมในอดีตไม่ว่าจะเป็นกลุ่มชนในประเทศสาธารณประชาชนจีน กลุ่มชนในประเทศอินเดีย กลุ่มชนชาติตะวันตก


หากเราจะย้อนกลับไปในอดีตเราจะพบว่าบนผืนแผ่นดินในเอเชีย มีอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่อยู่ 2 แห่งคือ อารยธรรมลุ่มน้ำสินธุที่ตั้งในแผ่นดินอินเดีย และอารยธรรมลุ่มน้ำฮวงโหที่ตั้งในแผ่นดินจีน มีเทือกเขาหิมาลัยและที่ราบสูงทิเบตกั้นโดยอารยธรรมทั้งสองมีแนวความคิดหลักมีอิทธิพลต่อประชาชนในเอเชีย กล่าวคือ ในบริเวณลุ่มน้ำสินธุได้ใช้แนวความคิดตามหลักศาสนาพราหมณ์หรือศาสนาฮินดูเป็นหลักในการปกครองและดำเนินวิถีชีวิต แต่ในบริเวณลุ่มน้ำฮวงโหใช้แนวความคิดของลัทธิขงจื๊อเป็นหลักในการปกครองและดำเนินวิถีชีวิต ซึ่งทั้งสองแนวความคิดนี้ได้มีอิทธิพลต่อคนในเอเชียตั้งแต่เกิดจนตายได้แก่ (วัฒนธรรมการสร้างที่อยู่อาศัย วิธีการเลี้ยงทารก-เด็ก การมีคู่ครอง อาหาร การรักษาโรค ศิลปะ การดนตรี การละเล่น การตาย) โดยเฉพาะอย่างยิ่งอารยธรรมลุ่มน้ำสินธุได้มีอิทธิเหนือดินแดนแห่งนี้เป็นอย่างมาก ปรากฏให้เห็นชัดคือโบราณสถาน โบราณวัตถุ ได้แก่ ปราสาทเขาพระวิหาร ฯลฯ


แต่ก่อนที่เราจะมาวิเคราะห์ว่าคนไทยในดินแดนสุวรรณภูมินี้เป็นใครกันแน่ คงจะต้องมาศึกษาถึงประวัติศาสตร์บรรพบุรษของคนในดินแดนทั้งสองก่อน กล่าวคือ

ในบริเวณดินแดนประเทศอินเดียมีชนพื้นเมืองคือกลุ่มชนเชื้อชาตินิโกรลอยด์ อาศัยอยู่และต่อมากลุ่มชนเชื้อสายออสโตรลอยด์โพลิเนเซี่ยน(ดราวิเดียน) ได้มีการอพยพเข้ามาอยู่และได้กลายเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลเหนือ(ผู้ปกครอง)ชนพื้นเมืองและได้สร้างอารยธรรมสินธุขึ้นในดินแดนแถบนี้เมื่อประมาณ.........โดยมีการวางผังเมืองสร้างบ้านเมืองใช้อิฐผสมปูนในการสร้างที่อยู่อาศัย มีการวางระบบชลประทาน โดยกลุ่มชนทั้งสองได้ดำรงอยู่โดยมีการผสมผสานเรียกว่าพวกมิลักขุ
ต่อมาประมาณปีพ.ศ........กลุ่มชนจากเปอร์เซียที่มีความสามารถในการรบได้เข้ามาครอบครองดินแดนนี้ในฐานะผู้ปกครองเรียกตนเองว่า"อารยัน"โดยอาศัยการใช้รถม้าเป็นเครื่องมือสำคัญในการเดินทางและการรบ พร้อมทั้งได้นำหลักศาสนาพราหมณ์โดยเฉพาะหลักการการแบ่งชนชั้นเพื่อใช้ในการปกครอง เพื่อป้องกันการต่อต้านจากกลุ่มชนพื้นเมืองและชาวดราวิเดียน โดยสร้างเป็นหลักธรรมศาสตร์นิติศาสตร์ใช้ในการปกครอง ซึ่งทำให้ชาวพื้นเมืองเดิมและกลุ่มผู้ปกครองเดิม(ดราวิเดียน)มีความเห้นที่แตกต่าง เป็น2ฝ่ายคือฝ่ายที่เห็นด้วยและยอมรับก็ยังคงดำรงอยู่ในดินแดนนี้ในฐานะชนชั้น"ศูทร"และ"จัณฑาล" ส่วนกลุ่มชนที่ไม่เห็นด้วยแยกเป็น 2 พวก คือ พวกหนึ่งยังดำรงชีวิตอยู่ในดินแดนนี้แต่ได้พยายามสร้างหลักการศาสนาที่แตกต่างอาทิ ศาสนาเชน ศาสนาพุทธ และเกิดมีลัทธิต่างๆมากมายในดินแดนลุ่มน้ำสินธุ ส่วนพวกที่ไม่เห็นด้วยและไม่ยอมอยู่ภายใต้การปกครองของชาวอารยันได้เกิดการเคลื่อนย้ายไปสู่ดินแดนอื่นที่ไกลออกไป อาทิ การเคลื่อนย้ายเข้าไปทางตะวันออกสู่ดินแดนพม่าที่เรียกว่าชาวมอญ และชาวพยู หรือพวกที่อพยพลงทางใต้ไปสู่ศรีลังกาซึ่งในปัจจุบันเรียกว่าชาวทมิฬ
ในขณะนั้นดินแดนในประเทศไทยมีชาวละว้าเป็นชนพื้นเมืองดั้งเดิมกลุ่มใหญ่ และต่อมาชาวดราวิเดียนหรือที่เรียกว่าชาวมอญ ได้มีการเคลื่อนย้ายเข้าสู่ประเทศไทยในช่วงเวลาต่อมาและตั้งอารยธรรมทาราวดีขยายครอบคลุมดินแดนสุวรรณภูมิ

ส่วนในดินแดนอารยธรรมหลักอีกแห่งคือประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ปรากฏว่ามีกลุ่มชนพื้นเมืองดั้งเดิมที่หลากหลาย แต่ที่เป็นกลุ่มใหญ่ คือชาวฮั่น ชาวมองโกล และชาวไป่วเย่ว(ไทย)ฯลฯโดยกลุ่มชาวอั่นสามารถคงสามารถครองอำนาจปกครองและขยายกลุ่มชนครอบคลุมทั้งประเทศโดยอาศัยลัทธิขงจื๊อเป็นหลักในการปกครองประเทศ และใช้ในการดำเนินวิถีชีวิตของชาวจีนตราบจนทุกวันนี้ แม้จะมีศาสนาพุทธเข้ามาเผยแพร่ในแผ่นดินจีน แต่ก็ยังคงผสมผสานกับหลักการของลัทธิขงจื๊อได้อย่างกลมกลืน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น